CPI สหรัฐฯ และความตึงเครียดอิหร่าน: ทิศทางต่อไปของตลาดคริปโต

เขียนโดย NoahLast updated:

ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ สหรัฐฯ จะประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม

สำหรับตลาดการเงิน รายงาน CPI ฉบับนี้อาจมีความสำคัญมากกว่าการอ่านค่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เนื่องจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ดึงความสนใจกลับมาสู่เส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อีกครั้ง ขณะเดียวกัน สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านก็กลับมาพลิกผันอีกครั้ง โดยยังมีความไม่แน่นอนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเดินเรือได้ตามปกติเมื่อใด ส่งผลให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นเช่นกัน

มองเผิน ๆ อาจดูเหมือนเป็นพัฒนาการสองเรื่องที่แยกจากกัน แต่ในความเป็นจริง ทั้งคู่กำลังส่งอิทธิพลต่อตลาดผ่านช่องทางที่เชื่อมโยงกัน:

CPI → ความคาดหวังนโยบาย Fed → ดอลลาร์สหรัฐและสภาพคล่อง → สินทรัพย์เสี่ยง

อีกช่องทางหนึ่งส่งผลผ่าน:

ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน → ช่องแคบฮอร์มุซ → ราคาน้ำมัน → ความคาดหวังเงินเฟ้อ → นโยบาย Fed

ท้ายที่สุด เส้นทางทั้งสองอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโต

เมื่อการประกาศ CPI ใกล้เข้ามา คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงแค่ “ตัวเลข CPI จะออกมาเท่าไร?” หากแต่เป็น “ข้อมูล CPI ราคาน้ำมัน และความคาดหวังต่อนโยบายของ Fed จะมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และช่วยกำหนดทิศทางของตลาดในช่วงต่อไปอย่างไร?”

CPI ใกล้ประกาศ: ตลาดกำลังรออะไรอยู่?

ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของนักลงทุนทั่วโลก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) มีกำหนดเผยแพร่รายงาน CPI เดือนกรกฎาคมในวันพุธนี้ โดยข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าวจะเป็นตัวอ้างอิงสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางนโยบายของ Fed ในเดือนกันยายน

รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังชะลอตัว และยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาประเมินอีกครั้งว่า Fed จะมีพื้นที่ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้มากเพียงใดในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงไม่ได้หมายความว่า Fed จะปรับไปสู่นโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้นได้ในทันที

Bank of America Global Research เคยตั้งข้อสังเกตว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจยังไม่หมดไป ทำให้ Fed ต้องเผชิญความไม่แน่นอนอย่างสูงในการเลือกนโยบาย ขณะที่ Deutsche Bank ระบุว่า หลังรายงานการจ้างงานที่อ่อนแอ การตั้งราคาในตลาดสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนได้อ่อนลง โดยความน่าจะเป็นโดยนัย (implied probability) อยู่ที่ประมาณ 44%

สิ่งนี้ทำให้รายงาน CPI มีความหมายมากกว่าแค่ตัวเลขเงินเฟ้ออีกหนึ่งชุด และอาจเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดว่าความคาดหวังของตลาดต่อนโยบาย Fed จะเคลื่อนไปในทิศทางใดต่อไป

ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มตัวแปรใหม่ให้ตลาด: ราคาน้ำมันกลับมาเป็นตัวชูโรง

ในขณะที่ CPI สะท้อนภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน ราคาน้ำมันอาจกลายเป็นตัวแปรใหม่ที่กำหนดความคาดหวังเงินเฟ้อในอนาคต

ก่อนหน้านี้ ตลาดได้รวมความเป็นไปได้ของข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไว้ในราคาแล้ว ส่งผลให้สัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ร่วงลงมากกว่า 8% ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง ขณะที่ความแตกต่างในเรื่องค่าชดเชยและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งทำให้แนวโน้มการเจรจายิ่งคลุมเครือ

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นใกล้ระดับ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสั้น ๆ ในวันอังคาร จากระดับประมาณ 83 ดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานอย่างเต็มที่

หากการเจรจายังคงหยุดชะงัก ตลาดอาจเริ่มตั้งราคารวมความเสี่ยงของการหยุดชะงักด้านอุปทานในระยะยาวไว้มากขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีก

ที่สำคัญกว่านั้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจผลักดันความคาดหวังเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น และทำให้เส้นทางของ Fed ไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยซับซ้อนยิ่งขึ้น

สิ่งนี้สร้างความเชื่อมโยงใหม่ระหว่าง CPI และสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน: ด้านหนึ่ง ตลาดแรงงานที่ชะลอตัวหนุนความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การถ่วงดุลกันของสองแรงนี้จะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเคลื่อนไหวครั้งถัดไปของตลาด

ตลาดคริปโต: ความคาดหวังด้านเศรษฐกิจมหภาคกลับมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญอีกครั้ง

CPI และสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านอาจดูเหมือนเป็นพัฒนาการสองเรื่องที่แยกจากกัน แต่ทั้งคู่ต่างก็ส่งผลต่อตลาดคริปโตในท้ายที่สุด ผ่านความคาดหวังนโยบาย Fed ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และสภาพคล่องของตลาด

หาก CPI ออกมาต่ำกว่าคาดและราคาน้ำมันปรับตัวลง ตลาดอาจเพิ่มการเดิมพันต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคต ซึ่งจะกดดันดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขณะเดียวกันก็เป็นแรงหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ในทางกลับกัน หาก CPI สูงกว่าคาด ขณะที่ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ตลาดอาจเริ่มตั้งราคารวมถึงการที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่สูงเป็นเวลานาน (higher-for-longer) ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดคริปโตมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงไม่ได้มอง CPI แบบแยกส่วนอีกต่อไป แต่กลับให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ระหว่าง CPI ราคาน้ำมัน และความคาดหวังนโยบายของ Fed มากขึ้น

สำหรับตลาดคริปโต นี่หมายความว่าปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคกำลังกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเคลื่อนไหวราคาในระยะสั้นอีกครั้ง หลังการประกาศ CPI นักลงทุนจะจับตาไม่เพียงแต่ตัวเลขเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และความอยากรับความเสี่ยงโดยรวมของตลาดด้วย

สามสถานการณ์: ตลาดคริปโตอาจตอบสนองอย่างไร?

สถานการณ์ที่ 1: CPI ออกมาต่ำกว่าคาด และราคาน้ำมันปรับตัวลง

หากทั้ง CPI โดยรวม (Headline CPI) และ CPI พื้นฐาน (Core CPI) ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่ความคืบหน้าของการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยเพิ่มความหวังให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเดินเรือได้ตามปกติอีกครั้ง ราคาน้ำมันก็อาจปรับตัวลง

ภายใต้ปัจจัยที่ผสมผสานกันเช่นนี้ ความกังวลด้านเงินเฟ้ออาจบรรเทาลง ความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed อาจแข็งแกร่งขึ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม

สำหรับตลาดคริปโต นี่คือสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นบวก (bullish)

อย่างไรก็ตาม หากตลาดได้ตั้งราคารวม CPI ที่อ่อนแอไว้ล่วงหน้าแล้ว การดีดตัวในช่วงแรกหลังการประกาศอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องจับตาดูว่าระดับราคาจะสามารถทรงตัวได้หรือไม่

สถานการณ์ที่ 2: CPI ออกมาตรงตามคาด แต่ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่คลี่คลาย

หาก CPI ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ในภาพรวม แต่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงหยุดชะงัก ตลาดอาจยังคงต้องถ่วงดุลระหว่างความคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับความกังวลด้านราคาน้ำมันต่อไป

ในสถานการณ์นี้ ตลาดคริปโตอาจแกว่งตัวในกรอบ (range-bound) โดยทิศทางของตลาดจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และราคาน้ำมันในระยะถัดไปเป็นสำคัญ

สำหรับเทรดเดอร์ ปฏิกิริยาของตลาดภายหลังการประกาศ CPI อาจสำคัญกว่าตัวเลข CPI ที่ประกาศออกมาเสียอีก

👉 คว้าเทรนด์ตอนนี้!

เปลี่ยนมาใช้ BTCC—แพลตฟอร์มเทรดที่น่าเชื่อถือพร้อมประวัติปลอดเหตุการณ์ 15 ปี และการป้องกัน AML อย่างเข้มงวด

สถานการณ์ที่ 3: CPI ออกมาสูงกว่าคาด และราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้น

หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด ขณะที่ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันยังคงไต่ระดับสูงต่อเนื่อง ตลาดอาจกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยืดเยื้ออีกครั้ง ซึ่งอาจบั่นทอนความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed

หากดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นพร้อมกัน สินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ขณะที่ความผันผวนระยะสั้นของตลาดคริปโตอาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

จากสามสถานการณ์นี้ นี่คือการผสมผสานปัจจัยเชิงลบต่อตลาดคริปโตมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการพิจารณาว่าความเสี่ยงดังกล่าวถูกตั้งราคารวมไว้ล่วงหน้ามากน้อยเพียงใดแล้ว หากตลาดได้สะท้อนความคาดหวังเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในราคาสินทรัพย์ไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แม้มี “ข่าวร้าย” ประกาศออกมา ตลาดก็อาจพลิกกลับได้หลังปฏิกิริยาแรกผ่านพ้นไป

ท้ายที่สุด ไม่ว่า CPI จะออกมาสูงหรือต่ำกว่าคาด ปัจจัยชี้ขาดของตลาดคริปโตก็คือ นักลงทุนจะประเมินแนวโน้มใหม่หลังรับรู้ข้อมูลอย่างไร

ความไม่แน่นอนของตลาดที่เพิ่มขึ้น: BTCC พร้อมตัวเลือกการเทรดที่ยืดหยุ่น

เมื่อการประกาศ CPI ใกล้เข้ามาและสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนในระยะสั้นอาจเพิ่มขึ้น สำหรับเทรดเดอร์ กุญแจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การเดาว่าราคาจะขึ้นหรือลงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกแนวทางการเทรดที่เหมาะกับสภาวะตลาดแต่ละแบบด้วย

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ BTCC มีตัวเลือกหลากหลาย ครอบคลุมทั้งการเทรดสปอต (Spot) การเทรดฟิวเจอร์ส (Futures) และผลิตภัณฑ์ผลตอบแทนที่เน้นความมั่นคง ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินทุนและการจัดสรรระยะยาวสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทน (Earn) บนแพลตฟอร์มได้ ส่วนเทรดเดอร์ที่ต้องการจับจังหวะการเคลื่อนไหวระยะสั้นสามารถใช้ฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรได้ทั้งฝั่ง Long และ Short อย่างยืดหยุ่น

รอบการประกาศข้อมูลสำคัญอย่าง CPI ตลาดอาจเคลื่อนไหวรุนแรงได้ทั้งสองทิศทางในเวลาอันสั้น เทรดเดอร์จึงสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และกลยุทธ์ของตนเอง แทนที่จะพึ่งพาแนวทางเดียว

ไม่ว่าตลาดจะไปในทิศทางใด ท้ายที่สุด เครื่องมือการเทรดที่ยืดหยุ่นและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยสำคัญกว่าการเพียงแค่เดิมพันทิศทางเดียว

BTCC Exchange

BTCC มีแคมเปญต้อนรับพิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ สมัครและเริ่มเทรดวันนี้เพื่อรับสูงสุด 30,000 USDT เป็นรางวัล คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับระดับVIP ที่สูงขึ้นตามจำนวนเงินฝากของคุณ(เงินฝากที่สูงขึ้น = ระดับ VIP ที่สูงขึ้น) ในฐานะ VIP คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์จากค่าธรรมเนียมการเทรดที่ต่ำลงและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพิ่มเติม

  • โบนัสสมัครสมาชิก:รับ 10 USDT เมื่อลงทะเบียน
  • โบนัส KYC:ทำการยืนยันตัวตนเพื่อรับอีก 20 USDT
  • รางวัลการเทรดครั้งแรก:รับ 5 USDT สำหรับการเทรด Spot ครั้งแรก และ 5 USDT สำหรับการเทรด Copy Trade ครั้งแรก
  • โบนัสเทรดฟิวเจอร์สครั้งแรก:เทรดฟิวเจอร์สครั้งแรกเพื่อรับ 20 USDT
  • โบนัสเงินฝาก:ฝาก 200 USDT ขึ้นไปเพื่อรับ 10 USDT หรือฝาก 500 USDT ขึ้นไปเพื่อรับ 20 USDT ผู้ใช้ที่ฝากสะสมครบ 2,000 USDT ภายใน 30 วัน จะได้รับ Flexible Trading Fund เพิ่มอีก 30 USDT
  • การแข่งขันเทรดฟิวเจอร์ส:เทรดฟิวเจอร์สภายใน 90 วัน เพื่อรับรางวัลสูงสุดถึง 30,000 USDT พร้อมเลเวอเรจสูงสุด 250 เท่า

สมัครสมาชิก BTCC ดาวน์โหลดแอป BTCC

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความยอดนิยม

ติดตามข่าวสารและอัปเดตล่าสุดในวงการคริปโตจาก สถาบัน BTCC